.

February 12th, 2016

.

.

February 12th, 2016

.

.

January 12th, 2016

.

.

December 17th, 2015

.

การเพิ่มการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาและการสอนภาษาต่างประเทศ

October 31st, 2015

ประเทศไทยประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ในการทำให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้ และมีอัตราการรู้หนังสือที่สูง แต่ทว่า ระบบการศึกษาของไทยถูกวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้น มีความพยายามในการสอนแบ่งท่องจำข้อมูลต่างๆ มากเกินไป การเรียนแบบท่องจำจึงกลายเป็นจุดสำคัญของการศึกษามาเป็นเวลานานเกินไป นักเรียนไทยไม่ได้ถูกสอนให้คิดวิเคราะห์ พวกเขาใช้เวลาในการเรียนแบบท่องจำในชั้นเรียนมานาน และทำให้ขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์ ครูไทยส่วนใหญ่ยังคงใช้การเรียนการสอนแบบครูเป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นลักษณะที่เกิดขึ้นทั่วไป และเราก็ได้รับทราบว่านักเรียนไทยประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นด้านการแข่งขันและความสำเร็จทางวิชาการต่างๆ กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในประเทศไทย และผมเชื่อว่าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นกับหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยเช่นกัน

การเปลี่ยนแปลงและจำกัดความหมายของการศึกษาของไทยใหม่ เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ และการปฏิรูปการศึกษาอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ซึ่งรัฐบาลไทยก็ยอมรับว่าการปฏิรูปการศึกษาเป็นพันธกิจที่สำคัญ โดยจะมุ่งเน้นที่การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนนักศึกษาของไทย และใช้การวัดและประเมินผลนานาชาติ หรือ PISA (Programme for International Student Assessment) เป็นเครื่องมือในการประเมินผลสัมฤทธิ์

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะต้องมีการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ ตั้งแต่หลักสูตร การเรียนการสอน ตลอดจนการวัดและประเมินผล เพื่อพัฒนาความสามารถและทักษะในการคิดวิเคราะห์ การเรียนรู้ด้วยตัวเองและการแก้ไขปัญหา ในส่วนของการอบรมและพัฒนาคุณภาพของครูผู้สอน จะต้องมีการดำเนินการเพื่อผลิตครูที่มีคุณภาพและความสามารถให้เพียงพอต่อความต้องการ และจะประเมินผลงานของครูจากผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน

ทักษะด้านภาษา สารสนเทศดิจิทัล และการคิดวิเคราะห์ เป็นสมรรถนะขั้นพื้นฐานที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ในการเข้าถึงข้อมูลเพื่อเสริมสร้างความรู้นวัตกรรม การกระจายทางเศรษฐกิจ รวมถึงการปรับเปลี่ยนสถานะทางสังคม ทางวิชาการและทางอาชีพ

ทั้งนี้ เรื่องที่จำเป็นและต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือ การเพิ่มการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาและการสอนภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษและภาษาจีนกลางให้มากขึ้น

การบูรณาการของประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. 2558 จะทำให้ทั้ง 3 เสาหลัก คือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community : APSC) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community : ASCC) เกิดการยกระดับความร่วมมือในด้านต่างๆ รวมถึงด้านการศึกษา และทำให้การศึกษามีบทบาทในการลดช่องว่างทางการพัฒนาการศึกษาระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนอีกด้วย
กระทรวงศึกษาธิการของไทยได้ให้การสนับสนุนและยกเรื่องการศึกษาของอาเซียนเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก ดังที่มีจัดทำแผนการจัดตั้ง ASCC และแผนงานด้านการศึกษา 5 ปี (พ.ศ. 2554 – 2558) (ASEAN 5-Year Work Plan on Education 2011-2015) นอกเหนือจากการสร้างอัตลักษณ์อาเซียน เรื่องที่สำคัญในแผนการจัดตั้ง ASCC ส่วนใหญ่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals : MDGs) ซึ่งรวมถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ความคุ้มครองและสวัสดิการสังคม สิทธิและความยุติธรรมทางสังคม การลดช่องว่างทางการพัฒนาและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม