การเพิ่มการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาและการสอนภาษาต่างประเทศ

October 31st, 2015

ประเทศไทยประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ในการทำให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้ และมีอัตราการรู้หนังสือที่สูง แต่ทว่า ระบบการศึกษาของไทยถูกวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้น มีความพยายามในการสอนแบ่งท่องจำข้อมูลต่างๆ มากเกินไป การเรียนแบบท่องจำจึงกลายเป็นจุดสำคัญของการศึกษามาเป็นเวลานานเกินไป นักเรียนไทยไม่ได้ถูกสอนให้คิดวิเคราะห์ พวกเขาใช้เวลาในการเรียนแบบท่องจำในชั้นเรียนมานาน และทำให้ขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์ ครูไทยส่วนใหญ่ยังคงใช้การเรียนการสอนแบบครูเป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นลักษณะที่เกิดขึ้นทั่วไป และเราก็ได้รับทราบว่านักเรียนไทยประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นด้านการแข่งขันและความสำเร็จทางวิชาการต่างๆ กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในประเทศไทย และผมเชื่อว่าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นกับหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยเช่นกัน

การเปลี่ยนแปลงและจำกัดความหมายของการศึกษาของไทยใหม่ เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ และการปฏิรูปการศึกษาอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ซึ่งรัฐบาลไทยก็ยอมรับว่าการปฏิรูปการศึกษาเป็นพันธกิจที่สำคัญ โดยจะมุ่งเน้นที่การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนนักศึกษาของไทย และใช้การวัดและประเมินผลนานาชาติ หรือ PISA (Programme for International Student Assessment) เป็นเครื่องมือในการประเมินผลสัมฤทธิ์

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะต้องมีการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ ตั้งแต่หลักสูตร การเรียนการสอน ตลอดจนการวัดและประเมินผล เพื่อพัฒนาความสามารถและทักษะในการคิดวิเคราะห์ การเรียนรู้ด้วยตัวเองและการแก้ไขปัญหา ในส่วนของการอบรมและพัฒนาคุณภาพของครูผู้สอน จะต้องมีการดำเนินการเพื่อผลิตครูที่มีคุณภาพและความสามารถให้เพียงพอต่อความต้องการ และจะประเมินผลงานของครูจากผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน

ทักษะด้านภาษา สารสนเทศดิจิทัล และการคิดวิเคราะห์ เป็นสมรรถนะขั้นพื้นฐานที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ในการเข้าถึงข้อมูลเพื่อเสริมสร้างความรู้นวัตกรรม การกระจายทางเศรษฐกิจ รวมถึงการปรับเปลี่ยนสถานะทางสังคม ทางวิชาการและทางอาชีพ

ทั้งนี้ เรื่องที่จำเป็นและต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือ การเพิ่มการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาและการสอนภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษและภาษาจีนกลางให้มากขึ้น

การบูรณาการของประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. 2558 จะทำให้ทั้ง 3 เสาหลัก คือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community : APSC) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community : ASCC) เกิดการยกระดับความร่วมมือในด้านต่างๆ รวมถึงด้านการศึกษา และทำให้การศึกษามีบทบาทในการลดช่องว่างทางการพัฒนาการศึกษาระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนอีกด้วย
กระทรวงศึกษาธิการของไทยได้ให้การสนับสนุนและยกเรื่องการศึกษาของอาเซียนเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก ดังที่มีจัดทำแผนการจัดตั้ง ASCC และแผนงานด้านการศึกษา 5 ปี (พ.ศ. 2554 – 2558) (ASEAN 5-Year Work Plan on Education 2011-2015) นอกเหนือจากการสร้างอัตลักษณ์อาเซียน เรื่องที่สำคัญในแผนการจัดตั้ง ASCC ส่วนใหญ่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals : MDGs) ซึ่งรวมถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ความคุ้มครองและสวัสดิการสังคม สิทธิและความยุติธรรมทางสังคม การลดช่องว่างทางการพัฒนาและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาการศึกษาด้วยการเรียนภาษา

September 30th, 2015

“ภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศที่นิยมใช้กัน อย่างแพร่หลายมากที่สุด เนื่องจากเป็นภาษากลางที่ใช้สื่อความหมายไปเกือบทั่วโลก ทั้งในฐานะที่เป็นเครื่องมือที่จะเข้าถึงแหล่งวิทยาการต่างๆและค้นคว้าความ รู้ใหม่ๆ ซึ่งปัจจุบันมีคนทั่วโลกใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักในการสื่อสารถึงจำนวน 2,000 ล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของประชากรของโลก ดังนั้นจึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมให้ประชากรไทยได้เรียนรู้ ภาษาอังกฤษในระดับที่จะสื่อสารได้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้และการ ประกอบอาชีพ ตลอดจนการเจรจาต่อรองสำหรับการแข่งขันด้านเศรษฐกิจและสังคมในเวทีสากล”

ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยได้มีความพยายามที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ด้วยการประกาศนโยบายให้นักเรียนเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศที่ 1 โดยกำหนดให้มีการสอนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาเป็นต้นไป ในปี 2538 และได้ประกาศใช้หลักสูตรภาษาอังกฤษ พ.ศ.2539 รวมทั้งการส่งเสริมให้มีการเปิดโรงเรียนนานาชาติ และโรงเรียน English Program ซึ่งเป็นโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการจัดการเรียนการสอน แม้จะมีมาตรการดังกล่าวแต่ยังไม่ส่งผลต่อความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเท่า ที่ควร

ภาษาอังกฤษจัดเป็นภาษาสากลของอาเซียน (EAL) ทำให้สมาคมโรงเรียนเอกชนร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนภาค เตรียมพัฒนาหลักสูตรการศึกษาเพื่อผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสามารถในการ แข่งขันกับตลาดอาเซียนได้ในอนาคต

โดยจะมีการเปิดเวทีสำหรับเด็กและเยาวชนจาก 10 ประเทศในกลุ่มอาเซียน เพื่อการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความเชี่ยวชาญผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความพร้อมก่อนการรวมกลุ่มเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2015 โดยมีเป้าหมายที่จะแต่งตั้งจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นเมืองแห่งการแลกเปลี่ยน วัฒนธรรมอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กและเยาวชนอาเซียนที่ศูนย์การประชุม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยกิจกรรมจะประกอบไปด้วยการแสดง, การแข่งขันเต้นรำ, การแข่งขันโต้วาที, การแข่งขันบาร์เทนเด, การแสดงทางวัฒนธรรมและการสัมมนาด้านการศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองของตัวแทนจากแต่ละประเทศในกลุ่มอาเซียน

เป้าหมายของกิจกรรมครั้งนี้ คือ การพัฒนาสถาบันการศึกษาไทยให้มีมาตรฐานทางวิชาการเท่าเทียมกับประเทศอื่นใน กลุ่มสมาชิกอาเซียนและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศและยังเป็นการ สนับสนุนการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ยังจัดมีการจัดสัมมนาในส่วนของผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอนทั้ง ชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อสร้างความสนใจในการศึกษาภาษาอังกฤษแก่นักเรียน

การพัฒนาพื้นฐานทางด้านภาษาอังกฤษ มีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น

ในปัจจุบันอิทธิพลในกระแสโลกาภิวัฒน์มีอยู่อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มขึ้นมากทุกที การศึกษาภาษาของประเทศอื่นๆย่อมได้เปรียบในการทำการค้าหรือกิจการต่างๆ เพราะไม่มีใครสามารถติดต่อสื่อกันได้รู้เรื่องถ้าใช้ภาษาที่ต่างกัน ในอดีตประเทศยังไม่มีความรู้ด้านภาษามากนัก ทำให้ต้องผ่านตัวแทนที่รู้ภาษาดีกว่า เช่นสิงคโปร์ ซึ่งประเทศเหล่านี้ล้วนให้ความสำคัญทางด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่ถูกจัดว่าเป็นภาษาสากล หลายประเทศเริ่มมีการพัฒนาด้านนี้อย่างต่อเนื่อง และประกาศใช้เป็นภาษาทางราชการอีกภาษาหนึ่ง นอกจากภาษาที่ใช้ในประเทศของตน

ประเทศที่ให้ความสำคัญทางด้านภาษาย่อมได้เปรียบประเทศอื่นๆ และรู้กันดีว่าการศึกษาด้านภาษาได้อย่างถูกต้องย่อมมีโอกาสมากกว่าในการจ้างงาน หรือทำงานในบริษัทต่างชาติ และได้รับการสนับสนุนในการงานมากขึ้น มากกว่าผู้ที่ไม่มีทักษะทางด้านภาษาเลย จะเห็นได้จากบริษัทหลายๆแห่งประกาศรับสมัครผู้ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ เข้ามาทำงานในหน่วยงาน ผู้ที่จะมาสมัครนั้นต้องสามารถติดต่อสื่อสารได้คล่องแคล่ว มีทักษะด้านการฟังและการพูดอยู่ในระดับดี

ด้วยเหตุนี้ภาษาอังกฤษจึงมีการใช้ทั่วโลกมากกว่าภาษาอื่นๆ การเรียนการสอนก็มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ มีการใช้ในการติดต่อในสถานการณ์ต่างๆที่เหมาะสม เช่นเดียวกับการเรียนรู้ภาษาแรกจากพ่อแม่ ที่เป็นการเรียนรู้แบบธรรมชาติ ไม่จำเป็นที่จะต้องรู้คำศัพท์ คำแปล หรือไวยากรณ์ ดังนั้นการเรียนการสอนนั้นต้องเน้นการมีส่วนร่วมมากที่สุด คือผู้ฟังต้องเรียนรู้การฟังการพูดอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด เริ่มจากการพูดในครอบครัว แล้วขยายไปยังโลกภายนอก

การสื่อสารนั้นจะสื่อสารได้ก็ต่อเมื่อฟังรู้เรื่องแล้วสามารถโต้ตอบได้ นอกจากโต้ตอบแลกเปลี่ยนข้อมูลแล้วต้องรวมไปถึงการเล่าเรื่อง บรรยาย แสดงความคิดเห็น การวิเคราะห์ จึงจะถือว่าเป็นสุดยอดในการใช้ภาษาอังกฤษ และการที่ประเทศประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ การเรียนรู้ภาษาให้แตกฉานเป็นการช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นฟูได้เร็ว เพราะจะทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกับต่างชาติที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ภาษาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น สถาบันการศึกษาจึงมีส่วนสำคัญในการช่วยส่งเสริมศักยภาพของประเทศให้มีการพัฒนาขึ้น

การเรียนภาษาอังกฤษช่วยให้ประเทศไทยพัฒนาได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก
การสื่อสารในสถานะการณ์ต่างๆจะสื่อสารกันได้อย่างน้อยที่สุดก็ต้องฟังรู้เรื่องก่อนแล้วจึงจะทำให้สามารถพูดโต้ตอบได้ หรือพูดได้ พูดเป็น หรือใช้เป็น และเป็นประโยชน์ กาเรียนรู้ภาษาให้แตกฉานก็เป็นการช่วยบรรเทาภาวะทางเศรษฐกิจในขณะนี้ได้ อันเนื่องมาจากที่รัฐบาลประกาศให้การท่องเที่ยวเป็นวาระแห่งชาติ การเข้าใจเรียนรู้ภาษาต่างประเทศจะทำให้การติดต่อสื่อสารกับชาวต่างประเทศที่จะเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยดีขึ้น เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจให้เข้ามาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น สถาบันการศึกษาที่มีศักยภาพน่าจะมีส่วนส่งเสริมช่วยเหลือประเทศในแง่นี้ได้

ปัจจัยในการเลือกเรียนภาษาที่เป็นที่นิยมอีกปัจจัยหนึ่งคือโอกาสในการได้งานที่ดีขึ้น

August 25th, 2015

31

เพราะการเรียนภาษาใดภาษาหนึ่งให้เป็นจริงๆ นั้นเหมือนกับการเลือกแฟน เพราะเราจะต้องเรียนรู้ภาษานั้นๆ ไปอีกหลายปี กว่าจะใช้ได้คล่อง ดังนั้นเราคงไม่อยากจะเลือกภาษาผิดแล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์ จริงไหมคะจำนวนผู้พูดภาษา มักจะถูกนำมานึกถึงบ่อยที่สุดเวลาเราเลือกภาษา (แหงละ ไม่งั้นเรียนไปก็ไม่รู้จะได้พูดกับใคร จริงไหม?) แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเสมอไป เพราะภาษาที่มีผู้พูดเยอะเป็นอันดับต้นๆ ส่วนใหญ่ เกิดจากจำนวนประชากรในประเทศที่เยอะ ไม่ใช่มีผู้พูดภาษานี้ทั่วโลก อย่างในรูปด้านล่าง ที่แสดงให้เห็นว่ามีจำนวนประชากรในวงกลมมากกว่านอกวงกลม ดังนั้นถ้าเราเลือกเรียนภาษาจีนกลาง เราสามารถพูดกับคนได้ถึง 1 ใน  3 ของประชากรโลก แต่มีประเทศเพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่ระบุให้ภาษาจีนกลางเป็นภาษาประจำชาติ ในทางกลับกัน ภาษาฝรั่งเศส เป็นภาษาประจำชาติของ 29 ประเทศทั่วโลก ดังนั้นภาษาจีนกลางอาจไม่ใช่ภาษาที่ “ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง” ที่สุดเสมอไปหลายๆ คนแสดงความคิดเห็นว่าภาษาจีนกลางน่าจะเข้ามาแทนที่ภาษาอังกฤษในไม่ช้า ในฐานะภาษาหลักของโลก ซึ่งนักวิชาการด้านภาษาของมหาวิทยาลัย Columbia University ไม่มีหลักฐานที่ยืนยันในข้อโต้แย้งดังกล่าว โดยในหนังสือของเขาให้เหตุผลว่า ภาษาจีนกลางเป็นภาษาที่เรียนรู้ได้ยากมากหากไม่ได้เริ่มต้นตั้งแต่ยังเด็ก โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับภาษาอังกฤษ ดังนั้นภาษาจีนกลางจึงแพร่หลายได้ในประเทศที่จีนเข้าไปปกครองเท่านั้น

ปัจจัยในการเลือกเรียนภาษาที่เป็นที่นิยมอีกปัจจัยหนึ่งคือโอกาสในการได้งานที่ดีขึ้น นั่นคือการสื่อสารด้วยภาษาของประเทศที่มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยให้เราได้งานที่ดีและมีความก้าวหน้า ดังนั้นเมื่อเรามองจากเกณฑ์การตัดสินนี้ ภาษาจีนกลางจึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม… ด้วยความซับซ้อนของภาษาจีนกลาง ต่อผู้พูดภาษาอังกฤษหรือภาษาที่มีรากศัพท์และการออกเสียงจากภาษาละติน และโอกาสที่ภาษาจีนกลางจะกลายเป็นภาษามาตรฐานในการเจรจาต่อรองด้านธุรกิจนั้น ยังมีไม่มากเพียงพอ ทำให้ภาษาจีนกลางเป็นตัวเลือกที่ไม่สมเหตุสมผลนัก เมื่อเปรียบเทียบกับภาษาอย่างอังกฤษ ฝรั่งเศสหรือเยอรมัน ที่มีผู้พูดในหลายประเทศมากกว่า ลองอ่านอย่างละเอียดดูว่าเรียนภาษาไหนจะช่วยเรื่องการทำงานต่างประเทศมากที่สุดหากคุณต้องการเรียนภาษาด้วยเหตุผลทางวิชาการ (เช่น อยากจะท้าทายสมองตัวเอง หรือเรียนเป็นงานอดิเรก) ความยากง่ายในการเรียนรู้ภาษาดูเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เหมาะสมจะใช้เลือกภาษา โดยหากคุณสามารถพูดภาษาอังกฤษได้อยู่แล้ว คุณจะมีโอกาสเรียนรู้ 8 ภาษาต่อไปนี้ได้ง่ายขึ้นโดยใช้เวลาที่น้อยกว่าในการเรียนรู้

การพัฒนาความรู้ภาษาอังกฤษของคุณให้มีประสิทธิภาพ

July 17th, 2015

คุณทราบหรือไม่ว่าสหราชอาณาจักรเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของโลกสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ ในแต่ละปีมีนักเรียนประมาณ 600,000 คนเดินทางจากทั่วโลกมาที่ประเทศอังกฤษ สกอตแลนด์ ไอร์แลนด์เหนือและเวลส์เพื่อเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ และมีนักเรียนอีกจำนวนมากที่เดินทางมาเรียนวิชาอื่น ๆ เช่น คณิตศาสตร์ แฟชั่นและวิศวกรรม เนื่องจากพวกเขารู้ว่าทักษะภาษาอังกฤษของเขาจะพัฒนาไปพร้อมๆ กับการเรียน

หลักสูตรสำหรับทุกวัยและทุกระดับความสามารถ: เป็นที่รู้กันว่า สหราชอาณาจักรเปิดสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษมากกว่าประเทศอื่น ๆ ในโลก เมื่อมาเรียนที่นี่คุณสามารถเลือกได้ว่าจะเรียนภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพ เพื่อการศึกษา หรือเพื่อความสนุกสนาน หรือหากอยากเรียนด้านอื่นนอกจากภาษาไปพร้อมๆ กันคุณก็เลือกเรียนได้

การเรียนการสอนที่สร้างแรงบันดาลใจ: ในสหราชอาณาจักร การเรียนภาษาอังกฤษคือความสนุกสนานและการได้มีส่วนร่วมกับชั้นเรียน การเรียนที่นี่ไม่ได้ให้คุณมานั่งฟังครูพูดเพียงอย่างเดียว แต่จะได้มีส่วนร่วมกับเกมส์ต่าง ๆ มีการแก้ไขปัญหา และอภิปรายร่วมกันในชั้นเรียนด้วย หรืออาจได้ฟังเพลง ดูรายการโทรทัศน์ หรืออ่านนิตยสารเพื่อพัฒนาทักษะความเข้าใจ ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ อาจจะสนุกจนไม่รู้สึกว่ากำลังเรียนอยู่เลย

รับประกันคุณภาพ: สถาบันสอนภาษาอังกฤษที่สหราชอาณาจักรที่ได้รับการรับรองนั้นต้องผ่านการตรวจสอบโดยหน่วยงานของรัฐอย่างสม่ำเสมอ จึงมั่นใจได้ว่าสถาบันเหล่านี้จะมีการสอน ที่พัก ความเป็นอยู่และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ได้มาตรฐาน เลือกสถาบันที่ผ่านการรับรองมาตรฐานได้ที่ เรียนภาษาอังกฤษ

ประเทศต้นกำเนิดภาษาอังกฤษ: ที่สหราชอาณาจักรคุณจะแวดล้อมไปด้วยคนที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ดังนั้นคุณจะได้ฝึกภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริงในชีวิตประจำวันด้วย ทักษะภาษาอังกฤษของคุณจะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วถึงขนาดที่ว่าคุณอาจเริ่มฝันเป็นภาษาอังกฤษได้ในเวลาแค่ไม่กี่วัน

เตรียมพร้อมเพื่ออนาคต: ทักษะภาษาอังกฤษเป็นที่ต้องการของผู้ว่าจ้าง รวมถึงมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยทั่วโลก และยังเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับอาชีพหลายพันอาชีพ การพัฒนาภาษาอังกฤษคือการลงทุนเพื่ออนาคต ที่สหราชอาณาจักรมีหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจและเพื่อการเตรียมตัวเรียนต่อระดับอุดมศึกษาให้เลือกมากมาย

ประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร: การเรียนภาษาอังกฤษที่สหราชอาณาจักรถือเป็นโอกาสที่จะได้พบเพื่อนใหม่จากทั่วโลก ได้ค้นพบวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักร รวมถึงได้เปิดโลกกว้างออกไปเห็นเขตชนบทและเมืองที่สวยงามอีกด้วย

การเรียนภาษาต่างประเทศเป็นภาษาที่สองอาจไม่เพียงพอโดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้ความสามารถในการสื่อสาร

April 24th, 2015

Indian Girl Writing in English on Blackboard

เพราะทิศทางของโลกเปลี่ยนแปลงบ่อยนอกจากการเรียนภาษาต่างประเทศเป็นภาษาที่สองอาจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้ความสามารถในการสื่อสาร ภาษาอังกฤษ ที่ปัจจุบันไม่ใช่ความสามารถพิเศษอีกต่อไป ยุคนี้จึงกลายมาเป็นยุคของ ภาษาที่สาม สิ่งที่คนรุ่นใหม่ทุกคนควรจะมีและถือเป็นข้อได้เปรียบที่นอกจาก ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ แล้ว เราต้องพัฒนาทักษะทางด้านภาษาของตัวเองให้โดดเด่นขึ้นไม่ให้น้อยหน้าใคร ภาษาที่สามจึงเปรียบเสมือนความสามารถพิเศษ ยิ่งถ้าพูดได้มากกว่าสามภาษาขึ้นไปก็จะยิ่งทำให้ทุกองค์กร และทุกสถาบันการศึกษาต้องรีบคว้าตัวไว้อย่างแน่นอนกับ 10 สุดยอดภาษาที่จำเป็นอย่างยิ่งในอนาคต จะมีภาษาอะไรที่น่าสนใจและควรค่าแก่การเรียนเพิ่มเติมบ้างไปชมกันเลย

ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่และมีประชากรมากที่สุดในโลกประกอบไปด้วยหลากหลายชาติพันธุ์ จึงเป็นเหตุให้มีภาษาจีนกว่า 300 ภาษาในแต่ละพื้นที่ แต่ภาษาที่ใช้เป็นภาษาราชการของประเทศจีนคือ “ภาษาจีนกลาง” หรือ “ภาษาแมนดาริน” จากการรายงานในปี 2014 ภาษาจีนกลางเป็นภาษาที่มีคนพูดมากที่สุดในโลกกว่า 1 พันล้านคน มากเป็นสองเท่าของจำนวนคนที่พูดภาษาอังกฤษ และยังได้บรรจุเป็นภาษาของสหประชาติ อีกด้วย เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศจีนเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก และได้รับการคาดการณ์ไว้ว่าในปี ค.ศ.2020 ประเทศจีนจะขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมโลกอย่างแน่นอน การเรียนรู้ภาษาจีนกลางจึงจำเป็นและสำคัญมากในอนาคต รวมไปถึงผลการสำรวจภาษาที่มีการใช้มากที่สุดในอินเตอร์เน็ตภาษาจีนติดอยู่ในอันดับที่ 2 ของโลก รองจากภาษาอังกฤษ แม้จะเป็นภาษาที่ถือได้ว่ายากต่อการเรียนรู้ภาษาหนึ่ง แต่หากคุณสามารถสื่อสารทั้งเขียนและพูดภาษาจีนกลางได้เป็นอย่างดีแล้วหละก็ รับรองว่ามีผลต่ออาชีพหน้าที่การงานในอนาคตอย่างแน่นอน

ภาษาสเปนถูกใช้เป็นภาษาราชการในสามทวีป รวมแล้วกว่า 20 ประเทศทั่วโลก และยังพบว่ามีคนพูดภาษาสเปนได้ถึง 400 ล้านคน จากการสำรวจในปี 2014 นอกจากนี้ภาษาสเปนยังเป็นภาษาที่สองของประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย ดูได้จากผลการสำรวจสำมะโนประชากรในสหรัฐอเมริกาพบว่า ภาษาสเปน เป็นภาษาเริ่มแรกที่ใช้พูดกันในครอบครัวในช่วงอายุตั้งแต่ 5 ขวบขึ้นไปประมาณ 38.3 ล้านคน และมีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นภาษาที่มีความสำคัญในด้านของเศรษฐกิจและธุรกิจระหว่างประเทศ จำเป็นต่อการประกอบอาชีพของประชากร ภาษาสเปนจึงเป็นที่นิยมมากในการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยของประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้มีการคาดการณ์ไว้ว่า คนที่มีสามารถพูดและสื่อสารภาษาสเปนได้ดีจะทำให้มีอัตราค่าจ้างเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1.7 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ภาษาสเปนยังเป็นภาษาที่ใช้ในอินเตอร์เน็ตมากที่สุดอยู่ในอันดับที่ 3 รองจากภาษาจีน และภาษาอังกฤษ นั่นเอง